วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

แฮรี่ พอตเตอร์ มาแล้ว!!!





ใน “Harry Potter and the Order of the Phoenix” แฮร์รี่กลับมาฮอกวอตส์เพื่อเรียนต่อปีที่ห้า เขากลับได้พบว่าบรรดาพ่อมดแม่มดต่างพากันเชื่อว่าเรื่องการเผชิญหน้าระหว่างหนุ่มวัยรุ่นและจอมมารลอร์ดโวลเดอมอร์นั้นเป็นเรื่องโกหก ซึ่งทำให้พวกเขาตั้งคำถามในความน่าเชื่อถือของแฮร์รี่ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ คอร์นีเลียส ฟัดจ์ ได้แต่งตั้งอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ ศาสตราจารย์โดโลเรส อัมบริดจ์ผู้ตีสองหน้า แต่วิชาการใช้เวทมนตร์ป้องกันตัวของศาสตราศาสตราจารย์โดโลเรส อัมบริดจ์ ซึ่ง “ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงฯ” กลับทำให้พวกพ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถป้องกันตนเองจากศาสตร์มืดที่คุกคามพวกเขาได้
ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้พวกเพื่อนๆ ของเขาอย่างเฮอร์ไมโอนี่ และรอน แฮร์รี่จึงตั้งใจที่จะรับมือกับทุกอย่างด้วยตัวของเขาเอง ด้วยการพบกันอย่างลับๆ ของกลุ่มนักเรียนไม่กี่คนซึ่งตั้งชื่อให้กับตนเองว่า “กองทัพดัมเบิลดอร์” แฮร์รี่สอนพวกเขาให้ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เพื่อเตรียมให้พวกพ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์ที่กระตือรือล้นพร้อมเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาซึ่งรออยู่เบื้องหน้า

วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ภูมิใจเสนอผลงานของ Heyday Films เรื่อง “Harry Potter and the Order of the Phoenix” ภาพยนตร์นำแสดงโดย แดเนียล แรดคลิฟฟ์, รูเพิร์ต กรินท์, เอ็มม่า วัตสัน, เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์, ร็อบบี้ โคลเทรน, วอร์วิค เดวิส, ราล์ฟ เฟนส์, ไมเคิล แกมบอน, เบรนแดน กลีสัน, ริชาร์ด กริฟฟิธส์, เจสัน ไอแซคส์, แกรี่ โอลด์แมน, อลัน ริคแมน, ฟิโอน่า ชอว์, แมกกี้ สมิธ, อิเมลด้า สทอนตัน, เดวิด ธิวลิส, เอ็มม่า ทอมป์สัน, และจูลี่ วอลเตอร์ส
ภาพยนตร์กำกับการแสดงโดยเดวิด เยทส์ จากบทภาพยนตร์โดย ไมเคิล โกลเดนเบิร์ก จากนวนิยายโดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง ; เดวิด เฮย์แมน และเดวิด แบร์รอนเป็นผู้อำนวยการสร้าง, โดยมีลิโอเนล วิแกรม เป็นผู้อำนวยการบริหาร
ผู้ร่วมงานเบื้องหลังกับผู้กำกับฯ ได้แก่ ผู้กำกับภาพ สลาวอเมียร์ อิดเซียค และผู้กำกับฝ่ายศิลป์ สจ๊วต เครก ผู้ลำดับภาพ มาร์ค เดย์ กับผู้ประพันธ์เพลงประกอบ นิโคลัส ฮูเปอร์, เจนี่ เทมีน เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย
“Harry Potter and the Order of the Phoenix” จัดจำหน่ายโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์

ปิดตำนาน "แฮรี่ พอตเตอร์" ทั้งใจสลาย-เป็นสุข


เจเค.โรว์ลิ่ง เผย“แฮรี่ พอตเตอร์ แอนด์ เดอะ เดธลีย์ ฮอลโลว์ส” ตอนสุดท้ายของนิยายพ่อมดน้อยจบลง ผสมผสานทั้งใจสลายและเป็นสุขในเวลาเดียวกัน เจเค. โรว์ลิ่ง นักเขียนเจ้าของนวนิยายเด็กชุดแฮรี่ พอตเตอร์ เปิดเผยในบทความเผยแพร่ในเว็บไซต์ http://www.jkrowling.com/ ระบุว่า ความรู้สึกของเธอที่มีต่อการเขียนนิยาย “แฮรี่ พอตเตอร์ แอนด์ เดอะ เดธลีย์ ฮอลโลว์ส” ตอนสุดท้ายของนิยายพ่อมดน้อยจบลง ผสมผสานทั้งใจสลายและเป็นสุขในเวลาเดียวกัน
โรว์ลิ่ง ระบุว่า เธอต้องขอบคุณแฟน ๆ ในความสำเร็จทั้งหนังสือและภาพยนตร์ของแฮรี่ พอตเตอร์ เธอกำหนดไว้แล้วว่า เรื่องราวแฮรี่ พอตเตอร์ จะต้องสิ้นสุดในเล่มที่ 7 ตั้งแต่การเขียนเล่มแรก การเขียนบทสุดท้ายจบลงทำให้เธอแทบไม่เชื่อตัวเองว่างานที่วางแผนมานานหลายปีจะสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม โรว์ลิ่ง เลี่ยงที่จะไม่เปิดเผยการคาดหมายชะตากรรมของแฮรี่ พอตเตอร์ มากไปกว่าที่เคยแย้มว่าตัวละครสำคัญซึ่งมีบทบาทตั้งแต่เล่มแรก 2 คน จะต้องตายในเล่มสุดท้ายนี้ ระบุว่า แฟน ๆ ของแฮรี่ จะได้ทราบเมื่อหนังสือออกวางจำแหน่ายทั่วโลกในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้
วงการหนังสือคาดว่า การวางจำหน่ายแฮรี่ พอตเตอร์ เล่ม 7 จะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ของแวดวงวรรณกรรมในรอบหลายปี แฮรี่ พอตเตอร์ ทั้ง 6 ภาคก่อน ทำยอดจำหน่ายประมาณ 325 ล้านเล่มทั่วโลก ส่งผลให้โรว์ลิ่ง เป็นนักเขียนรายแรกในประวัติศาสตร์ที่มีรายได้เกินหลัก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังทำให้สำนักพิมพ์สกอร์ลาติก ในสหรัฐ และบลูมส์บิวรี ในอังกฤษ มีรายได้มหาศาล

“แฮรี่ พอตเตอร์” ภาคอวสานเจ๋งยอดจองทุบสถิติ

สหรัฐ- สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท บาร์นส แอนด์ โนเบิล อิงค์ บริษัทหนังสือยักษ์ใหญ่สหรัฐที่มีสาขาทั่วประเทศออกแถลงการณ์ ระบุว่า ยอดจองหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ แอนด์ เดอะ เดธลี่ ฮอลโลว์ส อันเป็นภาคจบของนวนิยายพ่อมดน้อยมียอดสั่งจองล่วงหน้าสูงเกินกว่า 5 แสนเล่ม ทำสถิติยอดสั่งจองล่วงหน้าสูงสุดของบาร์นส แอนด์ โนเบิล

นวนิยายแฟนตาซีแฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 7 นี้ เจ.เค. โรว์ลิง ยังคงเก็บตอนจบของเรื่องไว้เป็นความลับสุดยอด ทำให้บรรดาแฟนหนังสือทั่วโลก คาดเดาตอนจบกันไปต่างๆ นานา ขณะเดียวกันต่างก็เฝ้ารอคอยการวางจำหน่ายที่กำหนดอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้

นวนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ผ่านมาทั้ง 6 ภาคได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีการแปลเป็นภาษาต่างๆ จำนวนมาก รวมถึงการสร้างเป็นภาพยนตร์ไปแล้ว 4 ภาค ส่งผลให้ เจ.เค. โรว์ลิง ผู้ประพันธ์กลายเป็น 1 ในมหาเศรษฐีของอังกฤษในปัจจุบัน

ประวัติส่วนตัว แดเนียล แรดคลิฟฟ์ (Daniel Radcliffe)


ประวัติส่วนตัว :
บ้านเกิด : England, UK
แดเนียล แรดคลิฟฟ์ วัย14 ปี กลับมาอีกครั้งในบทหนุ่มน้อยแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งเป็นบทบาทที่เขาได้แสดงเอาไว้ด้วยตนเองในเรื่อง Harry Potter and the Sorcerer’s Stone และ Harry Potter and the Chamber of Secrets
การรับบทเป็นหนุ่มน้อยแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทำให้แดเนียลได้รับการชื่นชมไปทั่วโลก และรางวัล Variety Club of Great Britain’s Best Newcomer Award ที่ได้มอบให้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2002 ในเดือนเมษายนปี 2002 และเขายังได้รับเกียรติจากรางวัล David Di Donatello Award จาก Ente David Di Donatello ของประเทศอิตาลี – จากการถ่ายทอดบทแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม และสำหรับการอุทิศตนให้กับอนาคตของวงการภาพยนตร์
แดเนียลปรากฎตัวทางโทรทัศน์อังกฤษเมื่อเดือนธันวาคม 1999 เมื่อเขาได้รับบท เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์วัยเด็ก ทางรายการยอดฮิตของ BBC David Copperfield ดราม่าที่ได้กำกับฯ โดย ไซมอน เคอร์ติส และร่วมแสดงโดย ดาม แมกกี้ สมิธ ซึ่งในตอนนี้ร่วมแสดงกับเขาในบท ศาสตราจารย์ มักกอนนากัล
ก่อนทำงานในภาพยนตร์ Harry Potter เรื่องแรก เขาได้แสดงในภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ในบทลูกชายของเจมี่ ลี เคอร์ติส และเจฟฟรีย์ รัช ในหนังของจอห์น บัวร์แมน เรื่อง The Tailor of Panama
ระหว่างเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมปี 2002 เขาได้เป็น “แขกรับเชิญที่ไม่คาดฝัน” ในหลายรอบของคอมเมดี้ที่ได้รับรางวัล Olivier Award เรื่อง THE PLAY WHAT I WROTE กำกับการแสดงโดย เคนเนธ บรานัคที่โรงละคร Wyndhams Theatre ในเวสท์เอนด์ ลอนดอน

หนังสือ "แฮรี่ พอตเตอร์" เล่มสุดท้ายได้ชื่อแล้ว


หนังสือ "แฮรี่ พอตเตอร์" เล่มสุดท้ายได้ชื่อแล้ว บริษัทผู้พิมพ์และโฆษณา"สคอลาสติค อิงค์"ของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์สั้นๆว่า หนังสือเล่มที่ 7 ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายในซีรี่ส์วรรณกรรมเยาวชนยอดนิยมเกี่ยวกับพ่อมดน้อยแฮรี่ พอตเตอร์ ของ เจ เค โรวลิ่ง นักประพันธ์หญิงชาวอังกฤษวัย 41 ปี ได้ชื่ออย่างเป็นทางการแล้วว่า "แฮรี่ พอตเตอร์ แอนด์ เดอะ เดดลี่ ฮอลโลว์ส" (Harry Potter and the Deathly Hallows) ซึ่งมีความหมายว่า "แฮรี่ พอตเตอร์ กับเสียงเพรียกแห่งความตาย" แต่บริษัท่ไม่ได้ระบุวันวางจำหน่ายหรือรายละเอียดอื่นใด ขณะที่ภาพยนต์ซึ่งสร้างจากหนังสือเล่มที่ 5 ชื่อ"แฮรี่ พอตเตอร์ แอนด์ ดิ ออร์เดอร์ ออฟ เดอะ ฟีนิกซ์"(Harry Potter and the Order of the Phoenix ) อยู่ในระหว่างการถ่ายทำ และมีกำหนดออกฉายในปีหน้า
หนังสือ 6 เล่มในชุดเดียวกันที่ออกมาก่อนหน้านี้ มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 300 ล้านเล่ม และได้มีการแปลมากกว่า 63 ภาษา ทำให้นางโรวลิ่งกลายเป็นสตรีผู้มีรายรับสูงสุดในอังกฤษ เธอยอมรับในเว๊ปไซต์ของเธอในสัปดาห์นี้ว่า เครียดมากตอนเขียนบทท้ายๆของหนังสือเล่มล่าสุด ซึ่งเธอระบุเป็นนัยว่า"แฮรี่ พอตเตอร์"อาจจบชีวิต หลังจากก่อนหน้านี้ เธอเคยเปิดเผยว่า มีตัวเอกสองตัวที่จะจบชีวิตลง แต่ไม่ได้ระบุว่ารวมถึง"พอตเตอร์" ด้วยหรือไม่ เธอระบุในเว็บไซต์ด้วยว่า เธอกำลังเขียนฉากต่างๆ ที่ได้วางแผนมานานถึง 12 ปีแล้วหรือนานกว่านั้น เธอทั้งต้องการและไม่ต้องการที่จะเขียนหนังสือเล่มนี้ให้จบลง แต่เธอก็วงเล็บไว้ด้วยว่า แฟนหนังสือไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเธอจะเขียนให้จบแน่ๆ

เผยโฉมปก แฮร์รี่ พอตเตอร์

หน้าปกนิยายแฟนตาซีขวัญใจแฟนทั่วโลก"แฮร์รี่ พอตเตอร์" ในเล่มสุดท้าย เล่มที่ 7 ชื่อว่า "Harry Potter and the Deathly Hallows" ที่จะออกวางในวันที่ 21กรกฎาคมนี้ เผยโฉมออกมายั่วน้ำลายแฟน ๆ นักอ่านกันแล้ว


โดยหน้าปกแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคล่าสุดดังกล่าวเป็นรูปภาพสีทองและท้องฟ้าสีส้ม และมีภาพเด็กหนุ่มใส่แว่นที่คุ้นหน้ากันดีบนหน้าปกแฮร์รี่ในเล่มอื่น ๆ 6 เล่มที่ผ่านมา เป็นผลงานของนักวาดภาพประกอบเจ้าเก่าคนเดิม "แมรี่ แกรนด์พรี" ในฉบับของสำนักพิมพ์ Scholastic จากฝั่งอเมริกา



โครงสร้างรูปอื่น ๆ รอบ ๆ แฮร์รี่ จะแสดงให้เห็นถึงหลักฐานที่ถูกทำลายล้าง และในเงาข้างหลังเขา(แฮร์รี่) เราก็จะเห็นเป็นเค้าร่างของคนอื่น และจะเป็นครั้งแรกที่หน้าปกจะห่อมาด้วย ส่วนปกหลังก็จะมีมือขยุกขยิกกางชี้ตรงไปที่แฮร์รี่ แล้วพอเปิดหนังสือมาก็จะเห็นภาพอันทรงพลังของ ´คนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร´ กับดวงตาสีแดงสะท้อนแสงส่องออกมาจากหมวกของเขา
สำหรับนิยายแฟนตาซีซีรีส์ภาคต่อผลงานของนักเขียนชื่อดัง "เจเค โรว์ลิ่ง" เรื่องนี้ ขายไปได้แล้วทั่วโลกกว่า 325 ล้านเล่ม ส่วนตอน "Deathy Hallows" แถลงข่าวการตีพิมพ์ครั้งแรก 12 ล้านเล่มในสหรัฐฯเท่านั้นที่แถลงข่าว





ฉบับเด็กจากสำนักพิมพ์ Bloomsbury

ส่วนปกฉบับเด็กโดยสำนักพิมพ์ Bloomsbury จากฝั่งอังกฤษของเจเค เป็นภาพของแฮร์รี่ , เฮอร์ไมโอนี่ และรอน ที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ทีเดียว ขณะที่หน้าปกของฉบับผู้ใหญ่เป็นภาพถ่ายตัว "S" อันคดเคี้ยวเหมือนงู เชื่อว่าจะเป็น "ฮอร์ครูกซ์" ที่โวลเดอมอร์เก็บดวงวิญญานของเขาที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ไว้.




ฉบับผู้ใหญ่










เรื่องย่อแฮรี่ ภาคจบ








เปิดฉากที่งานแต่งงานของบิลและเฟลอร์ หลังงานแต่ง แฮรี่ลาเพื่อนๆเพื่อที่จะตามหา Horcruxes และไม่กลับไปฮอกวอร์ตแม้ว่าเพื่อนๆจะขอติดตามไปด้วยแต่แฮรี่ก็แอบหนีไปคนเดียวฮ็อกวอร์ตถึงแม้จะยังเปิดสอนภายใต้อาจารย์ใหญ่คนใหม่ มัคกอลนากัลแต่นักเรียนที่กลับมาในปีนี้ ก็ลดจำนวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด D.A.กลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้งและครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ห้องลับเป็นชมรมอีกแล้วเพราะอาจารย์ในโรงเรียนต่างก็ยอมรับ และกลุ่ม Order of Phoenixผลัดกันมาช่วยสอนทำให้วิชา Defense against dark art ของกลุ่มพัฒนาไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเนวิลล์ และจินนี่ และกลุ่ม D.A.ก็เฝ้ารอว่าสักวันแฮรี่จะส่งสัญญาณให้พวกเขาเข้าช่วยในการปราบโวลเดอร์มอร์ฝ่ายแฮรี่ ได้รับการช่วยเหลือจากบุคคลลึกลับทำให้รู้การเคลื่อนไหวของโวลเดอร์มอร์และสามารถขัดขวางโวลเดอร์มอร์ได้หลายครั้ง รวมถึงร่องรอยของ R.A.B.ด้วยและเมื่อตามรอย R.A.B. ไปถึงอัซคาบัล เขาจึงค้นพบว่า R.A.B.แท้จริงคือน้องชายของซีเรียส แบล็ค ที่ถูกคุมขังในอัซคาบัลซึ่งได้ตายไปแล้วโดย R.A.B.ซึ่งเป็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของโวลเดอร์มอร์เป็นผู้ช่วยของโวลเ ดอร์มอร์ในการทำHorcruxes และนำไปซ่อน แต่ต่อมา R.A.B.ระแวงว่าโวลเดอมอร์กำลังจะกำจัดเขาเพื่อปิดปากไม่ให้เรื่อง Horcruxes รั่วไหล เขาจึงแอบไปเก็บHorcruxesมาเปลี่ยนที่ซ่อน โดยเขารู้ Horcruxesจำนวนห้าชิ้น(อีกสองชิ้นคือตัวโวลเดอร์มอร์ และงู)และได้กระจายไปยังญาติๆตระกูลแบล็คเพื่อเก็บรักษา(ไดอารี่เก็บไว้ที่แม่ของมัลฟอย)แฮรี่ขอความช่วยเหลือจากท็องส์เพื่อสืบหาคนในตระกูลแบล็คที่น่า จะเก็บของที่เหลืออีกสามชิ้น (สองชิ้นเจอแล้ว) และพบว่าชิ้นหนึ่งอยู่ที่เบลลาทริกซ์ซึ่งแฮรี่และท็องส์สามารถกำจัดเบลล่า และทำลาย horcruxes ได้อีกชิ้นหนึ่งเป็นสมบัติของซีเรียส แบล็ค ที่อยู่ใกล้ตัวแฮรี่มากๆแต่แฮรี่มองข้ามไป จนกว่าจะรู้ตัวก็เกือบไม่ทัน ( R.A.Bก็เข้าใจว่าซีเรียสเป็นDead eater จึงเก็บไว้กับซีเรียสส่วนนึง)และอีกส่วนหนึ่งซึ่งยังหาไม่เจอและคาดว่า R.A.B.จะเก็บไว้เองในขณะเดียวกันที่ฮอกวอร์ต เฮอร์ไมโอนี่ (ซึ่งติดต่อกับแฮรี่และรู้เรื่องราวโดยตลอด)ก็จับสังเกตในตัวครีเชอร์ได้และสันนิษฐานว่าHorcruxes อีกชิ้นซ่อนอยู่ในบ้านของแบล็คที่ปัจจุบันตกเป็นของแฮรี่แฮรี่กลับไปที่บ้านเลขที่ 12 และค้นหาจนเจอ Horcruxและทำลายจนสำเร็จและเขารู้ว่าถ้าเขาฆ่างูได้สำเร็จโวลเดอร์มอร์ก็จะเหลือแค่ชีวิตเดียวด้วยความช่วยเหลือของบุคคลลึกลับแฮรี่สามารถแฝงกายเข้าไปในที่กบดารของโวลเดอร์มอร์ได้และเขาพยายามหาทางฆ่างูของโวลเดอร์มอร์จนสำเร็จและขณะจะเข้าไปลุยโวลเดอร์มอร์แบบยอมตาย(เพราะเข้าใจว่าเหลือจิ ตเดียวแล้ว)แต่โดนสเนปขัดขวาง ด้วยความโกรธแค้น แฮรี่ฆ่าสเนปจนตายก่อนพบว่านี่เป็นกับดักที่ล่อให้เขามาติดกับแต่ทันใดนั้นมัลฟอยก็โผล่มาช่วยแฮรี่ได้ทัน และหนีไปที่ฮอกวอร์ตที่ฮอกวอร์ตมัลฟอยเล่าให้ฟังว่าสเนปคือคนที่ส่งความเคลื่อนไหวของโวลเดอร์ม อร์ให้แฮรี่และOrder of Phenix มาโดยตลอดอย่างลับๆทำให้โวลเดอร์มอร์ไม่สามารถทำอะไรได้สะดวกแฮรี่ไม่ยอมเชื่อจนพบความทรงจำของดัมเบิลดอร์และพบว่าเป็นตอนที่ดัมเบิลดอร์ขอร้องให้สเนปฆ่าเขาเพื่อแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มโวลเดอร์มอร์ได้สนิทมัลฟอยเล่าให้ฟังว่าสเนปสามารถโน้มน้าวมัลฟอยให้ถอนตัวจาก Deadeater ได้แต่โวลเดอร์มอร์ก็สงสัยจึงวางแผนให้สเนปส่งข่าวผิดๆให้แฮรี่เพื่อวางกับดักเพื่อล่อทั้งแฮรี่และสเนป และมัลฟอยยังบอกอีกว่างูไม่ใช่ Horcruxที่แท้จริงแต่โวลเดอร์มอร์หลอกให้แฮรี่ตายใจเท่านั้น สรุป ยังมี horcruxที่หลงเหลืออยู่และไม่รู้ว่าเป็นอะไร แฮรี่เสียใจมากที่ตัวเองฆ่าเสเนปไปทันใดนั้น โวลเดอร์มอร์ และ กลุ่ม Dead eaterก็บุกเข้ามาในฮอกวอร์ต กลุ่มD.A.ช่วยกันสู้เต็มที่แต่ก็ต้านไว้แทบไม่ไหวโวลเดอร์มอร์ไล่ล่าแฮรี่ด้วยตัวเองจนเหลือแต่แฮรี่และเนวิลล์ในห้องของอาจารย์ใหญ่ และตัวโวลเดอร์มอร์โวลเดอร์มอร์เฉลยว่า Horcruxอีกอันนึงก็คือแผลเป็นบนหน้าผากแฮรี่(โดยการฆ่าเจมส์พอตเตอร์เพื่อสร้างhorcrux นี้) และเป็น Horcrux ที่จะทำให้โวลเดอร์มอร์ชนะเพราะจากคำทำนายจะมีผู้รอดชีวิตเพียงคนใดคนหนึ่ง ซึ่งถ้าแฮรี่รอดนั่นก็หมายถึงโวลเดอร์มอร์รอดด้วย ซึ่งจะไม่เป็นตามคำทำนายฉะนั้นแฮรี่จึงต้องเป็นฝ่ายตายแฮรี่ยังคงสู้กับโวลเดอร์มอร์เต็มที่แม้จะได้ยินอย่างนั้น เขาใช้ดาบกริฟฟินดอร์สู้กับโวลเดอร์มอร์ก่อนจะโยนดาบให้เนวิลล์และร้องบอกให้เนวิลล์แทงโวลเดอร์มอร์โวลเดอร์มอร์มัวแต่ระวังแฮรี่จึงโดนเนวิลล์แทงจนตายแฮรี่บอกเนวิลล์และทุกคนว่าคำทำนายจริงๆหมายถึงเนวิลล์ ไม่ใช่แฮรี่(แต่โวลเดอร์มอร์ไม่รู้เพราะเขาได้ยินคำทำนายมาจากสเนปอีกทีซึ่งไม่ครบถ้วนทำให้เขาคิดว่าเป็นแฮรี่) แต่ที่แฮรี่มีอำนาจพิเศษต่างๆเช่นภาษางูหรือเชื่อมจิตใจกับโวลเดอร์มอร์ได้เป็นเพราะแผลเป็นซึ่งเป็นhorcrux นั่นเองและพอเขารู้ตัวว่าเป็นเพราะเหตุนี้จึงคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ที่เนวิลล์(ซึ่งไม่อยู่ในสายตาโวลเดอร์มอร์) อาจเป็นคนในคำทำนายก็ได้ซึ่งเขาคิดถูกแฮรี่รู้ตัวว่า Horcrux แผลเป็นกำลังมีพลังมากขึ้นและกำลังจะครอบงำเขาให้เขาเป็นโวลเดอร์มอร์ต่อไป จึงขอร้องให้เนวิลล์กำจัดเขาอีกคนเนวิลล์ไม่ยอมแฮรี่จึงบอกว่าหลายคนเสียสละชีวิตเพื่อกำจัดลอร์ดโวลเดอร์มอร์ดัมเบิลดอร์สเนปซีเรียส รวมถึงพ่อและแม่ของเนวิลล์ซึ่งการตายของแฮรี่เทียบไม่ได้กับคนอื่นเนวิลล์กลั้นใจกำจัดแฮรี่ที่งานศพของแฮรี่ ป้าเพ็ตทูเนียมาร่วมงานศพ และเล่าให้ทุกคนฟังว่าโวลเดอร์มอร์ขณะเป็นทอม ริดเดิ้ล ได้พบรักกับหญิงธรรมดาคนหนึ่งและมีลูกสาวสองคน แต่พอทอมเริ่มเปลี่ยนมาเป็นโวลเดอร์มอร์ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเริ่มทนไม่ได้และหนีไปโดยความช่วยเหลือของดัมเบิลดอร์ดัมเบิลดอร์ช่วยให้เธอหลบซ่อน เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามและใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาที่สุด ลูกสาวคนโต ซึ่งเป็นสควิปไม่มีเวทมนตร์ใดๆและเกลียดโลกของเวทมนตร์มาก แต่ลูกสาวคนเล็กซึ่งมีวี่แววความเป็นแม่มดตั้งแต่เด็กได้เข้าเรียนในฮอกวอร์ตภายใต้ชื่อลิลลี่อีแวน ซึ่งตอนที่โวลเดอร์มอร์ฆ่าเจมส์ และกำลังทำ horcruxบนตัวแฮรี่ลิลลี่เข้ามาขัดขวาง และด้วยพลังความรักของแม่และความเป็นสายเลือดเดียวกันกับโวลเดอร์มอร์ทำให้เมื่อโวลเดอร์มอร์จะกำจัดลิลลี่เกิดพลังย้อนกลับทำร้ายโวลเดอร์มอร์จนร่างกายสูญสลายไปและเนื่องจากเหลือแฮรี่คนเดียวทุกคนจึงเข้าใจว่าแฮรี่มีพลังบางอย่างที่ทำลายโวลเดอร์มอร์(แต่ความจริงเป็นลิลลี่) และมีแต่ดัมเบิลดอร์ที่รู้ความจริงและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พี่สาวลิลลี่ฟังเพื่อขอร้องให้เธอรั บเลี้ยงเด็กชายผู้รอดชีวิต